ฟิลเลอร์ (Filler) คือสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนบนผิวหน้า ที่มีคุณสมบัติทำให้ผิวหน้ามีความเรียบเนียน กระชับเต่งตึง ไม่หย่อนคล้อย เพราะสามารถฟื้นฟูผิวหน้าที่มีความไม่สมส่วนให้มีโครงสร้างที่สมดุลอีกครั้งได้ เหมาะสำหรับทั้งผู้หญิงและผู้ชายที่มีปัญหาผิวหน้าที่ขาดความยืดหยุ่น แห้งกร้าน ไม่อิ่มน้ำ เพราะเมื่อฉีดฟิลเลอร์ลงไปบนผิวหน้าแล้ว ไฮยาลูรอนก็จะทำหน้าที่ช่วยเติมเต็มเนื้อเยื่อในส่วนที่ขาดหาย ทั้งร่องตื้นหรือร่องลึกในบริเวณต่างๆ และยังช่วยเสริมสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิวหน้าได้เป็นอย่างดี

เมื่อฉีดแล้ว ผิวหน้าก็จะเกิดความเปล่งปลั่ง ร่องลึกต่างๆ ดูตื้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ทำให้ใบหน้ากลับมาอ่อนเยาว์ได้อีกครั้ง ซึ่งฟิลเลอร์ที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ ถือเป็นฟิลเลอร์ที่มีคุณสมบัติทำให้ผิวหน้ากลับมามีสุขภาพที่ดี มีความเปล่งปลั่ง ได้อย่างดีเยี่ยม กับ ฟิลเลอร์ Juvederm ฟิลเลอร์ยี่ห้อชั้นนำ โดยนำเข้าจากประเทศสหรัฐอเมริกา ที่การันตีได้ว่า ฉีดแล้วจะเห็นผลจริงอย่างแน่นอน

ฟิลเลอร์ Juvederm

ฟิลเลอร์ Juvederm ดีอย่างไร มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์ Juvederm เป็นหนึ่งในยี่ห้อฟิลเลอร์ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในคลินิกชั้นนำทั่วไป โดยเป็นสารเติมเต็มประเภทไฮยาลูรอนที่ได้รับความนิยมเป็นลำดับต้นๆ ถือเป็นฟิลเลอร์ที่ดี มีคุณภาพ ใช้แล้วเห็นผลการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นตรงตามความต้องการของคนไข้ โดยฟิลเลอร์ Juvederm ที่ได้รับความนิยมในการนำมาเติมเต็มใบหน้าของสาวๆ ในปัจจุบันนั้น มีด้วยกัน 4 ประเภท ซึ่งแต่ละประเภทก็มีคุณสมบัติแตกต่างกันออกไป

สำหรับคุณสมบัติของฟิลเลอร์ Juvederm ที่มีความแตกต่างจากฟิลเลอร์ที่ยี่ห้ออื่นๆ ก็คือ จะมีลักษณะของเนื้อสารเติมเต็มที่โอบอุ้มน้ำได้ดีกว่า เมื่อฉีดลงไปบนชั้นผิวแล้วก็จะก่อให้เกิดกระบวนการดึงเอาน้ำรอบๆ สารมาโอบล้อมเอาไว้ ทำให้ใบหน้าในบริเวณต่างๆ พองตัวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ดูแข็งมากจนเกินไป เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการเติมเต็มผิวหน้าให้มีความสวยงาม อ่อนเยาว์ ดูแล้วหน้าไม่แข็ง แต่กลับให้ความรู้สึกได้ถึงการมีสุขภาพผิวที่ดี นุ่มลื่นชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน และยังสามารถช่วยยกกระชับผิวได้ตามต้องการ

สำหรับสาวๆ ที่ใบหน้าขาดมิติ หน้าผากไม่ชัด โหนกแก้มไม่โดดเด่น ขมับขาดความสมดุล จมูกผิดรูปทรง สามารถใช้ฟิลเลอร์ Juvederm ในการตอบโจทย์เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้ โดยฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าสู่ชั้นผิวนั้นจะสามารถคงสภาพได้ยาวนานมากที่สุดถึง 2 ปี จากนั้นจะสลายหายไปเองตามธรรมชาติ โดยไม่ทิ้งสารตกค้างเอาไว้ในร่างกาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการดูแลร่างกายและวิธีดูแลตัวเองด้วย เพราะหากไม่ทำตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด สารฟิลเลอร์ก็เสี่ยงที่จะสลายหายไปก่อนเวลาที่เหมาะสมได้

ฟิลเลอร์ Juvederm ดีไหม มีคุณสมบัติอย่างไรบ้าง

ฟิลเลอร์ Juvederm มีกี่แบบ อะไรบ้าง แต่ละแบบอยู่ได้กี่เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm มีผลิตออกมาด้วยกันทั้งหมด 4 แบบ แต่ละแบบมีความแตกต่างกันทางด้านคุณสมบัติ ซึ่งจะใช้ฉีดในบริเวณที่ต่างกัน ด้วยจุดประสงค์ที่ต่างกันออกไป อีกทั้งแต่ละแบบยังคงสภาพยาวนานไม่เท่ากันด้วย เรามาดูกันดีกว่าทั้ง 4 แบบนั้นมีอะไรบ้าง และอยู่ได้นานเท่าไหร่

1.Juvederm Voluma

เป็นฟิลเลอร์ที่มีปริมาณไฮยาลูรอน หรือสารเติมเต็มที่มีความใกล้เคียงกับสารเติมเต็มที่มนุษย์ขึ้นเองตามธรรมชาติ ในปริมาณ 20 มิลลิกรัม โดยเป็นการใช้เทคโนโลยี Vycross ในการทำให้โมเลกุลของไฮยาลูรอนไม่ฟูมากนักเมื่อเวลาผ่านไป จึงเหมาะสำหรับเคสที่มีใบหน้าหย่อนคล้อยมากๆ เพราะตัว Voluma จะสามารถยกใบหน้าได้ทุกส่วน ทำให้เกิดความกระชับเต่งตึง มีน้ำมีนวลมากยิ่งขึ้น หรือถ้าใช้ในปริมาณน้อยๆ ก็สามารถเติมเต็มบริเวณที่มีริ้วรอย ร่องตื้นเล็กน้อยได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นบริเวณร่องแก้ม ขมับ แก้มตอบ หน้าผาก ฯลฯ โดย ฟิลเลอร์ Juvederm Voluma จะอยู่ได้นานถึง 24 เดือน

2.Juvederm Volbella

เป็นฟิลเลอร์ที่มีปริมาณไฮยาลูรอน 15 มิลลิกรัม โดยใช้เทคโนโลยี Vycross เช่นเดียวกัน แต่จะเหมาะสำหรับเติมเต็มในส่วนที่มีความบอบบางมากๆ ไม่ต้องการให้เกิดความฟูบวมมากเกินไป เช่น บริเวณใต้ตา ริมฝีปาก ฟิลเลอร์ Juvederm Volbella จะอยู่ได้นานถึง 12 เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm มีกี่แบบ อะไรบ้าง แต่ละแบบอยู่ได้กี่เดือน

3.Juvederm Ultra

เป็นสารฟิลเลอร์ที่มีปริมาณไฮยาลูรอนมากที่สุดถึง 24 มิลลิกรัม ใช้เทคโนโลยีดั้งเดิมอย่าง Hybrid Technology ในการทำให้ฟิลเลอร์เด้งฟูได้ค่อนข้างมากหลังฉีด เหมาะสำหรับบริเวณพื้นผิวหน้าที่ต้องการความเด้งฟูเป็นพิเศษ เช่น ร่องแก้มลึกๆ แก้มส้ม ร่องลึกใต้ตา โดยฟิลเลอร์ Juvederm Ultra จะอยู่ได้นานถึง 12 เดือน

4.Juvederm Ultra Plus

แตกต่างจาก Juvederm Ultra ตรงที่เป็นรุ่นใหม่ และมีส่วนผสมเป็นยาชา ทำให้ไม่จำเป็นต้องแปะยาชาก่อนฉีด โดยจุดประสงค์ในการใช้งานเพื่อเติมเต็มบริเวณที่มีร่องลึกมากๆ เช่น ร่องแก้ม ใต้ตา ฉีดแล้วคนไข้จะไม่รู้สึกเจ็บ แถมยังเห็นผลชัดเจน ฟิลเลอร์ Juvederm Ultra Plus จะอยู่ได้นานถึง 12 เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm แต่ละแบบนั้น มีปริมาณของไฮยาลูรอนิคต่างกัน ทำให้ราคาแตกต่างกันออกไปด้วย ดังนั้นคุณควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มทำการรักษาทุกครั้ง เพื่อประเมินว่าสภาพผิวหน้าของคุณเหมาะสำหรับการฉีดด้วยฟิลเลอร์แบบใดมากที่สุด

ฟิลเลอร์ Juvederm อยู่ได้กี่เดือน

ฟิลเลอร์ Juvederm ราคาแพงไหม

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่า ฟิลเลอร์ยี่ห้อ Juvederm นั้น มาพร้อมสูตรที่แตกต่างกันไป ทำให้ราคาในการฉีดนั้นแตกต่างตามไปด้วย ยิ่งมีปริมาณไฮยาลูรอนมากแค่ไหน ก็ยิ่งแพงมากขึ้นเท่านั้น อีกทั้งราคาของฟิลเลอร์ยังขึ้นอยู่กับจำนวน CC ที่ฉีดในแต่ละตำแหน่ง ซึ่งในส่วนนี้คนไข้จะต้องเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะเติมเต็มส่วนใดมากเป็นพิเศษ ด้วยจำนวนกี่ CC ในขณะที่แพทย์จะให้คำแนะนำกับคุณว่า ฉีดแล้วจะเห็นผลมากน้อยแค่ไหน ควรใช้กี่ CC จึงจะเห็นผลดีที่สุด โดยราคาเฉลี่ยของ ฟิลเลอร์ Juvederm ราคาประมาณ 10,000-20,000 บาท แล้วแต่ชนิดของฟิลเลอร์

ฟิลเลอร์ Juvederm มี อย.ไทย จริงไหม

ในปัจจุบัน ฟิลเลอร์ของ Juvederm เป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ไม่กี่ยี่ห้อที่ได้รับการรับรองมาตรฐานและความปลอดภัยจากองค์การอาหารและยาประเทศไทย อีกทั้งยังได้ผ่านการรับรองของ FDA องค์การอาหารและยาจากอเมริกา ที่เป็นเครื่องยืนยันได้เป็นอย่างดีว่าฟิลเลอร์ยี่ห้อนี้มีความปลอดภัย สามารถนำมาใช้ฉีดบนผิวหน้าได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดผลข้างเคียงอันตราย มั่นใจได้เลยว่าจะไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ระคายเคือง จึงสามารถใช้ฉีดบนใบหน้าและส่วนอื่นๆ ของร่างกายได้อย่างไร้กังวล

ฟิลเลอร์ Juvederm มีอย. ไทยหรือไม่

ฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้ดูยังไง

ฟิลเลอร์ของแท้และของปลอมในปัจจุบัน แทบจะสังเกตไม่เห็นจุดแตกต่างกันมากนัก คนไข้จึงจำเป็นต้องใช้วิธีเหล่านี้ในการสังเกตเพื่อตรวจสอบให้แน่ใจว่าฟิลเลอร์ Juvederm ที่คลินิกนำมาใช้นั้นเป็นของแท้หรือไม่ โดยมีวิธีสังเกตดังนี้

  1. หากเปิดกล่องออกมาแล้ว ฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้จะมีฟิลเลอร์ทั้งหมด 2 CC และมีไซริงก์อีก 2 อัน
  2. ฟิลเลอร์ของ Juvederm ที่ผ่านอย. ไทยแล้ว มีแค่ Juvederm Ultra, Juvederm Ultra Plus, Juvederm Voluma และ Juvederm Volbella หากพบเห็นรุ่นที่นอกเหนือไปจากนี้แสดงว่าเป็นของปลอม
  3. เลข Lot ที่เห็นบนตัวสินค้า คนไข้สามารถนำไปตรวจสอบกับบริษัทที่นำเข้าได้ เพื่อเช็คให้ชัวร์เป็นของแท้ 100%
  4. กล่องที่ใช้งานในการฉีดจะต้องเป็นกล่องใหม่ ไม่ใช่กล่องที่ผ่านการแกะมาแล้ว หากเป็นในลักษณะดังกล่าวก็มีโอกาสที่จะเป็นฟิลเลอร์ปลอมได้
  5. Juvederm Voluma จะมีเลข Serial Number ที่สามารถนำไปตรวจพิสูจน์ว่าเป็นของแท้ได้
  6. ผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่หมดอายุภายใน 1 ปี นับจากวันที่แกะกล่องครั้งแรก

คนไข้สามารถแจ้งความจำนงกับทางคลินิกในการขอเช็คฟิลเลอร์เพื่อตรวจสอบว่าเป็นของแท้หรือไม่ ก่อนที่จะทำการรักษาได้ เพื่อความสบายใจและผลลัพธ์ในการรักษาในทางที่ดีขึ้น

ฟิลเลอร์ Juvederm ของแท้ดูยังไง

ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm มีข้อต้องห้ามอย่างไรบ้าง

เพื่อให้การฉีดฟิลเลอร์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด คนไข้ควรพิจารณาข้อต้องห้ามให้ถี่ถ้วนก่อนเริ่มต้นทำการรักษาทุกครั้ง หรือเข้ารับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้ดูแลก่อนเริ่มฉีด โดยข้อห้ามที่ควรคำนึงถึงมีดังนี้

  1. ผู้ที่มีแนวโน้มในการเกิดแผลเป็นชนิด Hypertropic Scar, คนไข้ที่แพ้สารฟิลเลอร์ แพ้ยาชา, สตรีมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตร, เด็กเล็ก, ผู้ที่มีปัญหาทางจิต, ผู้ที่รับประทานยาที่ทำให้เลือดออกมาก ไม่ควรรับการฉีดฟิลเลอร์ไม่ว่าจะในกรณีใดก็ตาม
  2. ห้ามฉีดฟิลเลอร์ Juvederm บริเวณเปลือกตา หรือถ้าจำเป็นต้องฉีดใกล้ๆ บริเวณดวงตา ควรอยู่ภายใต้ความดูแลของแพทย์ที่ได้รับการฝึกฝนในการฉีดฟิลเลอร์มาแล้วเป็นอย่างดี และมีความรู้ทางด้านสรีรวิทยาขั้นสูง
  3. ห้ามฉีดฟิลเลอร์ Juvederm บนผิวหน้าที่มีการอักเสบ หรือกำลังติดเชื้อ
  4. ห้ามฉีดฟิลเลอร์ Juvederm พร้อมกับการเลเซอร์ ขัดผิว ลอกผิว
  5. ห้ามฉีดฟิลเลอร์ Juvederm เข้าหลอดเลือด
  6. ห้ามฉีดฟิลเลอร์ Juvederm เกินความเหมาะสม
  7. ผู้ที่มีโรคประจำตัว ไม่ว่าโรคใดก็ตาม ควรแจ้งให้แพทย์ทราบทุกครั้ง ก่อนเริ่มทำการฉีดฟิลเลอร์

ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm มีข้อต้องห้ามอย่างไรบ้าง

หลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm ควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

การดูแลตนเองหลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm อย่างเหมาะสมนั้น จะช่วยให้สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าสู่ผิวหนังคงสภาพได้นานขึ้น ออกฤทธิ์ได้อย่างเห็นผล ทำให้คนไข้จะได้รับความพึงพอใจในผลลัพธ์มากขึ้น โดยวิธีดูแลตนเองที่เหมาะสมสามารถทำได้ดังนี้

  • ดื่มน้ำให้มากๆ ในช่วง 3-4 วันแรกหลังการฉีด อย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
  • หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหาร ยา อาหารเสริม ที่มีฤทธิ์ทำให้เลือดออกง่าย เช่น เม็ดแปะก๊วย น้ำมันปลา แอสไพริน และวิตามินอี
  • หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอลล์และสูบบุหรี่
  • ภายในช่วง 3-4 ชั่วโมงไม่ควรนอนราบ เนื่องจากสารฟิลเลอร์ยังไม่คงสภาพ อาจทำให้ฟิลเลอร์ไหลไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการได้ หากจำเป็นต้องนอนควรหาหมอนมาหนุนคอเพื่อให้ศีรษะสูงกว่าลำตัว หลังจากพ้นช่วงเวลาดังกล่าวไปแล้ว สามารถนอนราบได้ตามปกติ
  • หลังฉีดฟิลเลอร์สามารถแต่งหน้าได้ แต่ควรระวังในเรื่องของการใช้เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงที่มีส่วนประกอบของ AHA, BHA และ Retinoid เพราะอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อตัวฟิลเลอร์ที่ฉีดลงไปได้
  • งดถูผิวหน้าแรง บริเวณที่เพิ่งฉีดฟิลเลอร์ เพราะการสัมผัสหรือถูหน้าแรงๆ จะทำให้สารฟิลเลอร์เคลื่อนไปยังบริเวณที่ไม่ต้องการได้ ทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวผิดรูปได้ง่ายขึ้น
  • งดออกกำลังกายในช่วง 48 ชั่วโมงแรกหลังฉีด เพราะจะทำให้ร่างกายสูบฉีดเลือดเร็วกว่าปกติ ส่งผลให้เลือดมีโอกาสซึมเข้าไปปะปนอยู่กับฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปได้ ทำให้ใบหน้ามีรอยแดงบริเวณที่ฉีด
  • ภายใน 2 สัปดาห์แรกไม่ควรหลีกเลี่ยงการโดนความร้อน เช่น การอบซาวน่า การทำเลเซอร์ เพราะความร้อนที่สัมผัสผิวจะทำให้ฟิลเลอร์เสื่อมคุณภาพลงได้

หลังจากฉีดฟิลเลอร์แล้ว คนไข้ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เพราะการดูแลตัวเองที่เหมาะสมจะยิ่งทำให้สารฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปในชั้นผิว คงสภาพได้ยาวนานมากขึ้น

หลังฉีดฟิลเลอร์ Juvederm ควรปฏิบัติตัวอย่างไรบ้าง

ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm มีผลข้างเคียงอย่างไร

ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นหลังจากการฉีดฟิลเลอร์นั้น ในบางบุคคลอาจจะมีบ้าง หรือในบางบุคคลอาจจะไม่มีเลย โดยอาการข้างเคียงที่มักพบได้ก็คือ รอยแดง และอาการบวมเล็กน้อยบริเวณที่ฉีด ซึ่งอาการเหล่านี้มักจะหายไปเองภายใน 2-3 วัน โดยไม่มีผลต่อการใช้ชีวิต ตลอดจนไม่มีอาการแทรกซ้อนอื่นๆ ตามมา แต่ผลข้างเคียงอันตรายอาจจะเกิดขึ้นได้หากคนไข้ฉีดฟิลเลอร์ที่ไม่ได้มาตรฐาน เป็นของปลอม ลอกเลียนแบบ ที่ไม่ผ่านมาตรฐานการรับรองจากอย. เช่น ติดเชื้อ หรือฟิลเลอร์จับตัวเป็นก้อนไม่สลายไปตามธรรมชาติ ดังนั้น ควรเลือกฉีดฟิลเลอร์ในสถานพยาบาล คลินิก สถาบันเสริมความงามที่มีผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์มาตรฐาน และมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคอยดูแลอย่างใกล้ชิดเท่านั้น

ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm กี่ครั้งจึงจะเห็นผล

โดยทั่วไปแล้ว การฉีดฟิลเลอร์นั้นจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงของผิวหน้าที่ชัดเจนได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่ฉีด ซึ่งการฉีดหนึ่งครั้งจะอยู่ได้ราวๆ 1-2 ปี บางคนอาจจะเห็นผลน้อย บางคนอาจจะเห็นผลมาก ขึ้นอยู่กับในแต่ละบุคคลที่มีปัจจัยแตกต่างทั้งทางด้านอายุ การดูแลผิว และการดำเนินชีวิต

ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm กี่ครั้งจึงจะเห็นผล

ฉีดฟิลเลอร์ Juvederm ที่ไหนดี

การฉีดฟิลเลอร์ให้ได้ผลลัพธ์ตรงตามที่คนไข้ต้องการนั้น จำเป็นต้องได้รับการฉีดด้วยเทคนิคที่เหมาะสมจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพราะแพทย์ที่ฝึกฝนและเรียนรู้การฉีดฟิลเลอร์มาแล้ว จะมีเทคนิคส่วนตัวในการฉีดเพื่อปรับปรุงสภาพผิวหน้าได้ดีกว่าแพทย์ที่ขาดความชำนาญ ดังนั้น การเลือกฉีดฟิลเลอร์ในคลินิกที่มีแพทย์ผู้ชำนาญคอยดูแลจึงเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด

 

ช่องทางการติดต่อ ปรึกษาฟรีได้ตลอดเวลา

Line ID : @thecloverclinic หรือแอดเลย https://line.me/R/ti/p%40thecloverclinic

Website : www.thecloverskinclinic.com

Facebook : www.facebook.com/thecloverclinic


LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here